บัตร ATM 60 ล้านใบวุ่น! เปลี่ยนชิปการ์ด แบงก์เล็งขึ้นค่าธรรมเนียมรายปี

Written by: Webmaster | Date: 23 May 2559 | 2642 Views

ผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม 60 ล้านใบวุ่น เจอภาระค่าใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ด แบงก์พาณิชย์จัดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมเปลี่ยนบัตรใหม่ แต่ดอดขึ้นค่าธรรมเนียมรายปีแบบเงียบ ๆ ไทยพาณิชย์ปรับเพิ่ม 50 บาทด้านแบงก์กรุงเทพขยับเพิ่มเป็น 300 บาท/ปี สำหรับลูกค้าที่ยื่นขอเปลี่ยนบัตรหลัง 30 มิ.ย.นี้

14638283691463828483l

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ออกประกาศถึงธนาคารพาณิชย์ โดยกำหนดให้การออกบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กของธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งต้องเปลี่ยนเป็นระบบชิปการ์ดทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2559 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ที่มีบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตแบบแถบแม่เหล็กเดิมก็ยังสามารถใช้บริการได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ซึ่งธนาคารพาณิชย์จะทยอยเปลี่ยน โดยธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรให้แก่ลูกค้าเป็นการชั่วคราว เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้บัตรแบบชิปการ์ดซึ่งมีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในการใช้งานตู้เอทีเอ็มบางพื้นที่ของบางธนาคารอาจยังไม่พร้อมรองรับระบบดังกล่าวในระยะแรก

ผู้ใช้เอทีเอ็ม 60 ล้านคนวุ่น

นายยศ กิมสวัสดิ์ หัวหน้าคณะทำงานระบบชำระเงิน สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้สร้างความสับสนให้กับผู้ถือบัตรทั้งระบบที่มีอยู่กว่า 60 ล้านบัตรค่อนข้างมาก ว่าบัตรอาจไม่สามารถใช้ได้หลังวันที่ 16 พ.ค.นี้ หากไม่เปลี่ยนมาเป็นชิปการ์ด ซึ่งความจริงแล้ว บัตรเอทีเอ็มเดิมยังสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นปี 2562

อีกทั้งขณะนี้เครื่องเอทีเอ็มของทุกธนาคารยังไม่สามารถรองรับชิปการ์ดได้ทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนระบบ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกเอทีเอ็มจะสามารถรับชิปการ์ดได้ ซึ่งคาดว่าสถาบันการเงินทั้งระบบต้องลงทุนกว่าหลายพันล้านบาท หรือเฉลี่ยต่อแบงก์อยู่ที่ราว 100-1,000 ล้านบาท

โดยปัจจุบันบัตรเอทีเอ็มทั้งระบบราว 60 ล้านใบ มีบัตรเอทีเอ็มที่รองรับระบบชิปการ์ดเพียง 6 ล้านกว่าใบเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่า ณ สิ้นปีนี้ บัตรชิปการ์ดจะเพิ่มขึ้นได้เท่าตัว หรือเพิ่มขึ้นเป็น 10-12 ล้านใบ

2 แบงก์ใหญ่ดอดขึ้นค่าฟีรายปี

นางสาวพรรณพร คงยิ่งยง รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานบัตรเอทีเอ็มและเดบิตทั้งหมดกว่า 10 ล้านใบ โดยมีตู้เอทีเอ็มจำนวนกว่า 10,000 เครื่อง ทุกเครื่องสามารถรองรับบัตรชิปการ์ดได้

และเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นบัตรชิปการ์ด ธนาคารจึงได้ออก “บัตรเดบิต เอส สมาร์ท” ที่ใช้ชิปการ์ด และลูกค้าที่สมัครใช้บริการตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. 2559 จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมรายปีจาก 300 บาท เหลือ 250 บาท และลูกค้าที่สมัครช่วง 14 พ.ค.-31 ธ.ค. 2559 จะได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินและเงินสูงสุด 5,000 บาท/ปี ซึ่งเป็นความคุ้มครอง 1 ปีกรมธรรม์ นอกจากนี้บัตรเดบิตนี้ยังเริ่มใช้ระบบรหัส (PIN) 6 หลัก เพิ่มการรักษาความปลอดภัยจากเดิมที่ใช้ 4 หลัก ซึ่งคาดว่าสิ้นปีจะมีลูกค้าเดิมมาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ด 1.6 ล้านใบ

นางสาวพรรณพรกล่าวว่า ต้นทุนของบัตรชิปการ์ดเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับบัตรแถบแม่เหล็กเดิม และธนาคารยังมีการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่ออัพเกรดระบบ และตู้เอทีเอ็มให้รองรับชิปการ์ดรุ่นใหม่ ดังนั้นบัตรเดบิต แบบชิปการ์ดของธนาคารจะมีการคิดค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่ม 50 บาท เป็น 300 บาทต่อปี เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของบัตรชิปการ์ด แต่บัตรเดบิตอื่นที่มีประกันภัยพ่วงก็ไม่ได้ขึ้นค่าฟี

ในส่วนของธนาคารกรุงเทพ จากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ของธนาคารได้แจ้งให้ลูกค้าเปลี่ยนเป็นบัตรบีเฟิสต์ สมาร์ท ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตรทดแทนจนถึง 31 ธ.ค. 59 หลังจากนั้นจะคิดค่าธรรมเนียมบัตรทดแทน 100 บาท ขณะที่ค่าธรรมเนียมรายปีปรับเป็น 300 บาท จากเดิม 200 บาท หากสมัครภายใน 30 มิ.ย.นี้ ธนาคารจะคิด 200 บาท

โดยปัจจุบัน ธนาคารมีฐานบัตรเอทีเอ็ม ณ สิ้นไตรมาสแรกที่ 16 ล้านใบ แบ่งเป็นเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กที่ 10 ล้านใบ และบัตรชิปการ์ด 6 ล้านใบ และตู้เอทีเอ็มที่รองรับชิปการ์ดทุกตู้แล้ว 9,400 ตู้

กสิกรฯอุ้มลูกค้า 10 ล้านคน

ด้านนางสาวศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกสิกรฯยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท สำหรับผู้ถือบัตรเอทีเอ็มเดิมของธนาคารที่มีอยู่กว่า 10 ล้านใบ เพื่อเปลี่ยนไปสู่ชิปการ์ดถึงวันที่ 31 ม.ค. 2560 และค่าธรรมเนียมรายปีต่ำสุดอยู่ที่ 200 บาท และสูงสุดคือ 650 บาท ซึ่งแต่ละบัตรจะมีความแตกต่างกัน เนื่องจากมีฟังก์ชั่นเสริม เช่น บวกประกันชีวิต เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 29 เมษายน 2559 ธนาคารกสิกรไทยได้แจ้งข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารว่า ได้เริ่มให้บริการบัตรเดบิตแบบชิปการ์ดตั้งแต่ 8 พ.ค. พร้อมแจ้งปรับขึ้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า/ทำบัตรทดแทน จาก 100 บาทเป็น 150 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีจาก 200 บาท เป็น 250 บาท อย่างไรก็ตาม เมื่อ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารได้ปรับแก้ค่าธรรมเนียมแรกเข้าเหลือ 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ที่ 200 บาทเช่นเดิม

กรุงศรียกเว้นค่าฟีรายปี “ปีแรก”

รายงานข่าวจากธนาคารทหารไทย ระบุว่า ลูกค้าผู้ถือบัตรแถบแม่เหล็กหากบัตรเดิมใกล้หมดอายุ ทางธนาคารจะส่งจดหมายแจ้งและส่งบัตรใหม่ที่เป็นชิปการ์ดให้ลูกค้า ส่วนลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดสามารถแจ้งขอเปลี่ยนบัตรได้ที่ธนาคารโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตร ขณะที่ค่าธรรมเนียมรายปีเริ่มต้นขั้นต่ำ 200 บาท

ด้านธนาคารกรุงศรีฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารระบุว่า บัตรเดบิต กรุงศรี ชิปการ์ดคิดค่าธรรมเนียมการออกบัตรทดแทน 100 บาท และกรณีออกบัตรต่างสาขาคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม 30 บาท ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีขั้นต่ำอยู่ที่ 200 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทบัตร โดยขณะนี้มีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีเฉพาะปีแรกให้สำหรับลูกค้าที่มาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดในช่วงนี้ ในส่วนของธนาคารกรุงไทย ลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนบัตรชิปการ์ดจะเรียกค่าธรรมเนียมเปลี่ยนบัตร 100 บาท ส่วนค่าฟีรายปีเริ่มต้นที่ 200 บาท

ที่มา prachachat.net


Relate posts

Comment box

ข่าวล่าสุด

 

สมัครงาน หางาน